HIV • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ • เพร็พ
ตรวจ HIV เรื่องง่าย เพื่อชีวิตที่มั่นใจ

เพร็พ วันละเม็ดป้องกันเอชไอวี
One Pill a Day, Protects You from HIV
เพร็พ (PrEP) คือยาต้านไวรัสที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อทานเป็นประจำวันละ 1 เม็ด เหมาะสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้ที่มีคู่นอนหลายคน หรือคู่ที่ติดเชื้อเอชไอวี การใช้เพร็พควบคู่กับการตรวจสุขภาพสม่ำเสมอช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้เกือบ 99% เพื่อความปลอดภัยและมั่นใจในทุกความสัมพันธ์ ปรึกษาแพทย์และเริ่มต้นเพร็พได้วันนี้!
Let’s talk about hiv and prevention.
คุณรู้หรือไม่ ?
HIV ไม่ใช่จุดจบของชีวิต
หากติดเชื้อ HIV สามารถใช้ยาต้านไวรัส (ART) เพื่อควบคุมเชื้อและมีชีวิตที่ยืนยาวและสุขภาพดีได้
เพร็พ (PrEP) ป้องกันได้
การทานเพร็พวันละเม็ดช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ HIV ได้เกือบ 99% และเมืองไทยก็มีเพร็พ ฟรีด้วย
การใช้ถุงยางอนามัย
การใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอเป็นวิธีป้องกัน HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ
การตรวจ HIV เป็นประจำ
การตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอช่วยให้รู้สถานะของตัวเองและเริ่มการรักษาได้ทันท่วงทีหากพบเชื้อ
PEP ฉุกเฉินหลังเสี่ยง
หากมีความเสี่ยงติดเชื้อ HIV สามารถใช้ยาต้านไวรัสฉุกเฉิน (PEP) ภายใน 72 ชั่วโมงเพื่อช่วยลดโอกาสติดเชื้อ
การสื่อสารและให้ความรู้
การเปิดใจพูดคุยกับคู่ของคุณเกี่ยวกับสถานะ HIV และการป้องกันเป็นกุญแจสำคัญในการดูแลสุขภาพร่วมกัน
-
ผู้ติดเชื้อเอชไอวีเสี่ยงภาวะซึมเศร้ามากขึ้นหรือไม่?
คำตอบ คือ ผู้ที่อยู่ร่วมกับเอชไอวีอาจมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิต รวมถึงภาวะซึมเศร้า มากขึ้น เมื่อเทียบกับประชากรทั่วไปในบางบริบท แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ติดเชื้อเอชไอวีทุกคนจะต้องเป็นโรคซึมเศร้า ภาวะสุขภาพจิตของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน และได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย ทั้งสุขภาพร่างกาย ประสบการณ์หลังทราบผลตรวจ การตีตรา การเลือกปฏิบัติ ความสัมพันธ์ การสนับสนุนจากคนรอบตัว ปัญหาทางเศรษฐกิจ รวมถึงการเข้าถึงบริการสุขภาพ
องค์การอนามัยโลกและ UNAIDS ระบุว่าผู้ที่อยู่ร่วมกับเอชไอวีมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิต และปัญหาสุขภาพจิตอาจส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม การรับประทานยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่อง และการเข้ารับการดูแลรักษา จึงมีการเน้นความสำคัญของการบูรณาการการดูแลสุขภาพจิตเข้ากับบริการดูแลเอชไอวี
ปัจจุบัน HIV เป็นโรคเรื้อรังที่สามารถควบคุมได้ด้วยการรักษาที่เหมาะสม ผู้ที่ได้รับยาต้านไวรัสและดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องสามารถมีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดี อย่างไรก็ตาม การดูแลผู้ที่อยู่ร่วมกับเอชไอวีไม่ควรเน้นเฉพาะผลเลือดหรือสุขภาพทางกายเท่านั้น เพราะ สุขภาพใจก็เป็นส่วนสำคัญของการดูแลสุขภาพโดยรวมเช่นกัน
-
โรคพยาธิในช่องคลอดติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้หรือไม่?
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually Transmitted Infections: STIs) เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้ทั่วโลก โดยหลายคนมักคุ้นเคยกับโรคอย่างหนองใน ซิฟิลิส เอชไอวี หรือเริมอวัยวะเพศ แต่ยังมีอีกหนึ่งโรคที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเกิดจาก เชื้อรา หรือ แบคทีเรีย ทั้งที่แท้จริงแล้วเกิดจาก โปรโตซัว (Protozoa) ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่มีลักษณะคล้ายปรสิต หรือที่หลายคนเรียกว่า พยาธิในช่องคลอด
โรคนี้มีชื่อว่า Trichomoniasis หรือ โรคพยาธิในช่องคลอด เกิดจากเชื้อ Trichomonas vaginalis และจัดเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อยที่สุดชนิดหนึ่งทั่วโลก แม้ว่าผู้ติดเชื้อจำนวนมากจะไม่มีอาการ แต่สามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้ และหากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษา อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี การอักเสบของอวัยวะสืบพันธุ์ รวมถึงภาวะแทรกซ้อนในหญิงตั้งครรภ์
-
Viral Load ตรวจไม่พบ แต่ CD4 ยังต่ำ เกิดอะไรขึ้น?
หลายคนที่กำลังรักษาเชื้อเอชไอวี (HIV) อาจรู้สึกสับสนเมื่อได้รับผลตรวจว่า Viral Load ตรวจไม่พบ (Undetectable) แต่ ค่า CD4 ยังต่ำ ทั้งที่รับประทานยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอ จึงเกิดคำถามว่า การรักษาไม่ได้ผลหรือเปล่า? หรือ ภูมิคุ้มกันจะกลับมาเป็นปกติเมื่อไร?
ความจริงแล้ว ภาวะนี้สามารถพบได้ในผู้ติดเชื้อ HIV จำนวนไม่น้อย และไม่ได้หมายความว่าการรักษาล้มเหลวเสมอไป เพราะ Viral Load และ CD4 เป็นตัวชี้วัดคนละด้านของสุขภาพ


