อัปเดตวัคซีนป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่คนยุคใหม่ควรรู้ก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์

อัปเดตวัคซีนป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่คนยุคใหม่ควรรู้ก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์

ในยุคที่ผู้คนเปิดกว้างเรื่องเพศสัมพันธ์มากขึ้น ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually Transmitted Infections: STIs) จึงมีความสำคัญมากกว่าที่เคย เพราะแม้จะใช้ถุงยางอนามัยอย่างสม่ำเสมอ ก็ไม่สามารถป้องกันได้ 100% โดยเฉพาะโรคที่ติดต่อผ่าน การสัมผัสผิวหนัง เช่น HPV หรือบางชนิดที่ไม่มีอาการบ่งชัด เช่น ไวรัสตับอักเสบบี

หนึ่งในวิธีที่ได้ผลที่สุดสำหรับการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คือ วัคซีนป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นวัคซีน HPV วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ หรือวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี ที่สามารถช่วยลดโอกาสเกิดโรคเรื้อรัง หรือโรคร้ายแรงที่เกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ได้อย่างมาก

อัปเดตวัคซีนป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่คนยุคใหม่ควรรู้ก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่มีวัคซีนป้องกันได้ในปัจจุบัน

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนสำหรับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ทุกชนิด แต่มีวัคซีน 3 กลุ่มหลักที่ ได้รับการยอมรับทั่วโลก ว่าป้องกันโรคสำคัญได้ คือ

  • วัคซีน HPV (Human Papillomavirus Vaccine) ป้องกันการติดเชื้อ HPV ที่ก่อให้เกิดมะเร็งหลายชนิด และหูดหงอนไก่
  • วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี (HBV Vaccine) ป้องกันโรคตับอักเสบเรื้อรัง มะเร็งตับ และการติดเชื้อจากการสัมผัสเลือด–สารคัดหลั่ง
  • วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ (HAV Vaccine) ป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ ซึ่งติดต่อจากอุจจาระ ปาก และ Oral–Anal Sex

วัคซีนเหล่านี้ถือเป็น มาตรฐานการป้องกันโรคทางเพศสัมพันธ์ ในระดับสากล และแนะนำให้ฉีดตั้งแต่ก่อนมีเพศสัมพันธ์ หรือในช่วงเริ่มต้นของชีวิตวัยรุ่น

วัคซีน HPV

HPV เป็นไวรัสที่แพร่ได้ง่ายมากจากการสัมผัสผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ แม้ไม่มีการสอดใส่ก็สามารถติดได้ ทำให้เป็นหนึ่งในโรค STI ที่พบบ่อยที่สุดในโลก

ทำไมวัคซีน HPV ถึงสำคัญมาก?

เพราะ HPV เป็นสาเหตุของโรคต่อไปนี้

  • มะเร็งปากมดลูก
  • มะเร็งช่องคลอด
  • มะเร็งทวารหนัก
  • มะเร็งช่องปากและคอหอย
  • มะเร็งองคชาต
  • หูดหงอนไก่
  • ผู้ชาย–ผู้หญิง–LGBTQ+ ทุกคนมีความเสี่ยงเท่าเทียมกัน

ชนิดของวัคซีน HPV

  • 2 สายพันธุ์ (HPV2) – ป้องกันมะเร็ง
  • 4 สายพันธุ์ (HPV4) – ป้องกันทั้งมะเร็ง + หูดหงอนไก่
  • 9 สายพันธุ์ (HPV9) – ป้องกัน ครบที่สุด และเป็นมาตรฐานในหลายประเทศ

ควรฉีดเมื่อไหร่?

  • วัยรุ่นอายุ 9–26 ปี: ได้ผลดีที่สุด
    ผู้ใหญ่อายุ 27–45 ปี: ยังฉีดได้และลดความเสี่ยงอย่างมาก
  • LGBTQ+, MSM และผู้ที่มีคู่นอนหลายคน: ควรฉีดอย่างยิ่ง

จำนวนเข็ม ขึ้นอยู่กับอายุเริ่มต้น

  • ฉีดก่อนอายุ 15: 2 เข็ม
  • ฉีดหลังอายุ 15: 3 เข็ม

วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี (HBV Vaccine)

HBV ติดได้จากเลือดและสารคัดหลั่ง เป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายกว่าที่หลายคนคิด โดยสามารถติดต่อผ่าน

  • เพศสัมพันธ์
  • เลือด
  • ของมีคมร่วมกัน
  • จากแม่สู่ลูก

การติดเชื้ออาจนำไปสู่ภาวะเรื้อรัง เช่น

  • ตับแข็ง
  • มะเร็งตับ
  • ตับอักเสบเรื้อรัง

ในประเทศไทย ผู้ที่เกิดหลังปี 2535 ส่วนใหญ่ได้รับแล้ว แต่ยังมีหลายคนที่

  • ฉีดไม่ครบ
  • ไม่เคยตรวจภูมิคุ้มกัน
  • ไม่มีประวัติการฉีด
  • เพราะฉะนั้น ควรตรวจภูมิ ถ้าพบว่าไม่มีภูมิ ให้ฉีดทันที

จำนวนเข็ม มาตรฐาน คือ 3 เข็ม ในระยะ 0 – 1 เดือน – 6 เดือน

วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ (HAV Vaccine)

ไวรัสตับอักเสบเอ ติดต่อผ่านอาหาร น้ำดื่ม และ กิจกรรมทางเพศแบบปาก–ทวารหนัก (Oral–Anal Contact) เหมาะกับกลุ่มผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย (MSM) เป็นพิเศษ

  • อาการของ HAV
    • ตัวเหลือง
    • อาเจียน
    • ตับอักเสบเฉียบพลัน
    • อ่อนเพลียเรื้อรัง
    • แม้จะไม่เรื้อรังเหมือน HBV แต่ก็ทำให้ร่างกายอ่อนแอมาก และหยุดงานหลายสัปดาห์
  • จำนวนเข็ม ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 6 เดือน
ใครบ้างที่ ควรฉีด วัคซีนป้องกันโรคทางเพศสัมพันธ์เป็นพิเศษ

ใครบ้างที่ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคทางเพศสัมพันธ์เป็นพิเศษ

แม้วัคซีนป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จะเหมาะกับทุกคน แต่กลุ่มต่อไปนี้ควรได้รับการฉีดเป็นพิเศษ

  • กลุ่มคนวัยรุ่นและคนที่กำลังเริ่มต้นมีเพศสัมพันธ์ ความเสี่ยงสูงเพราะอาจยังไม่รู้วิธีป้องกันที่ถูกต้อง
  • คนที่มีคู่นอนหลายคน เพิ่มความเสี่ยงการติดเชื้อจากคู่นอนใหม่
  • LGBTQ+ และ MSM (ชายรักชาย) มีความเสี่ยง HPV, HAV และ HBV มากกว่ากลุ่มอื่นจากข้อมูลทางการแพทย์
  • ผู้ชายที่ไม่เคยตรวจ HPV หรือเคยเป็นหูดหงอนไก่ การฉีดช่วยลดโอกาสเป็นซ้ำ
  • ผู้หญิงที่ยังไม่เคยฉีดวัคซีน HPV เพราะลดความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูกได้มากกว่า 90%
  • คนทำงานในอุตสาหกรรมบริการ เช่น สถานบันเทิง, นวด, สปา  เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ HPV และ HBV
  • คนที่เดินทางต่างประเทศบ่อย บางประเทศมีการระบาดของ HAV สูง

ตารางเปรียบเทียบ วัคซีนป้องกันโรคติดต่อทางเพศ 

วัคซีนป้องกันอะไรจำนวนเข็มเหมาะสำหรับ
HPVมะเร็ง + หูดหงอนไก่2–3 เข็มทุกเพศ 9–45 ปี
HBVมะเร็งตับ + ตับอักเสบ3 เข็มทุกคนควรฉีด
HAVตับอักเสบเฉียบพลัน2 เข็มMSM, นักเดินทาง

ฉีดวัคซีนแล้ว ต้องตรวจโรคทางเพศสัมพันธ์อยู่ไหม?

หลายคนเข้าใจผิดว่า ฉีดวัคซีนแล้วปลอดภัยทุกโรค แต่นี่ไม่ใช่ความจริง เพราะวัคซีนมีเฉพาะสำหรับบางโรคเท่านั้น

  • วัคซีนป้องกันได้เฉพาะ
    • วัคซีน HPV
    • วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี
    • วัคซีนไวรัสตับอักเสบบเอ
  • โรคที่ ไม่มีวัคซีน ต้องตรวจเป็นประจำ
    • ซิฟิลิส
    • หนองใน
    • คลามัยเดีย
    • เริม HSV
    • HIV
    • ไทรโคโมแนส

ดังนั้น วัคซีน = ป้องกันบางโรคได้ การตรวจสม่ำเสมอ = ป้องกันทั้งหมดได้ ทั้งสองอย่างต้องทำควบคู่กันเสมอ

ฉีดวัคซีนก่อน หรือหลังมีเพศสัมพันธ์ต่างกันไหม?

  • ก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์: ดีที่สุด ร่างกายยังไม่เคยสัมผัสเชื้อ → มีภูมิคุ้มกันเต็ม 100%
  • หลังมีเพศสัมพันธ์แล้ว: ยังมีประโยชน์ โดยเฉพาะ
    • วัคซีน HPV (Human Papillomavirus Vaccine)
    • วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี (HBV Vaccine)
    • วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ (HAV Vaccine) 
    • แม้เคยสัมผัสเชื้อหนึ่งสายพันธุ์ ยังป้องกันสายพันธุ์ที่เหลือได้

วัคซีนป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เหมาะกับคนที่ใช้ PrEP หรือ PEP ไหม?

คำตอบ คือ เหมาะมาก

PrEP/PEP ป้องกันเฉพาะ HIV แต่ ไม่ป้องกันโรคอื่น วัคซีนจึงช่วยเติมเต็มช่องว่างของการป้องกัน

  • เหมาะกับผู้ชายที่ใช้ PrEP อยู่แล้ว เพราะ PrEP ไม่ป้องกัน HPV, HAV, HBV
  • เหมาะกับผู้ที่เคยใช้ PEP เพราะหมายถึงมีเหตุการณ์เสี่ยง → ควรฉีด HPV + HBV

ค่าใช้จ่ายของวัคซีนป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในปัจจุบัน

ราคาอาจแตกต่างตามสถานบริการ แต่โดยรวมมีดังนี้

  • วัคซีน HPV
    • 4 สายพันธุ์: 2,500–3,200 บาท/เข็ม
    • 9 สายพันธุ์: 3,800–5,000 บาท/เข็ม รวม 3 เข็ม อาจอยู่ที่ 9,000–15,000 บาท
  • วัคซีน HBV ประมาณ 300–600 บาท/เข็ม
  •  วัคซีน HAV ประมาณ 1,500–2,500 บาทต่อเข็ม แม้จะมีค่าใช้จ่าย แต่ คุ้มค่ามาก เพราะการป้องกันถูกกว่าการรักษาเสมอ

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม

วัคซีนป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ถือเป็นหนึ่งในวิธีการป้องกันที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเหมาะกับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะคนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพทางเพศอย่างมีความรับผิดชอบ วัคซีนสำคัญที่ควรได้รับการอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่ วัคซีน HPV, HBV และ HAV ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของโรคร้ายแรง รวมถึงมะเร็งหลายชนิดได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การป้องกันมีความครบถ้วนและรอบด้านมากที่สุด 

การฉีดวัคซีนควรทำควบคู่ไปกับการตรวจสุขภาพทางเพศเป็นประจำ การใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธี การสื่อสารและพูดคุยอย่างตรงไปตรงมากับคู่นอน รวมถึงการใช้ PrEP หรือ PEP ในกรณีที่มีความเสี่ยงหรือมีความจำเป็น การดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ไม่เพียงช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพในอนาคต แต่ยังทำให้ทุกความสัมพันธ์เป็นไปอย่างปลอดภัย มั่นใจ และมีความสุขมากยิ่งขึ้นด้วย

เอกสารอ้างอิง

  • World Health Organization (WHO). Human papillomavirus and HPV vaccines. ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวัคซีน HPV ชนิดต่างๆ กลุ่มอายุที่แนะนำ และตารางการให้วัคซีน. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.who.int/teams/immunization-vaccines-and-biologicals/diseases/human-papillomavirus-vaccines-(HPV)
  • Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Primary Prevention Methods – Vaccination for HPV, HAV, and HBV. อธิบายบทบาทของวัคซีน HPV, ไวรัสตับอักเสบเอและบี ในการป้องกันการติดเชื้อที่ติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.cdc.gov/std/treatment-guidelines/clinical-primary.htm
  • World Health Organization (WHO). Hepatitis B vaccines: WHO position paper – July 2017. เอกสารท่าทีของ WHO เกี่ยวกับวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี กลุ่มเป้าหมายและตารางการฉีด. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.who.int/teams/immunization-vaccines-and-biologicals/policies/position-papers/hepatitis-b
  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. เอกสารคำแนะนำการให้วัคซีนสำหรับผู้ใหญ่ (Life-course Vaccination) รวมทั้งวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีและเอสำหรับวัยรุ่นและผู้ใหญ่. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.ddc.moph.go.th/uploads/publish/1747420251012225136.pdf
  • สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.). มะเร็งปากมดลูกกับวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV). ข้อมูลชนิดของวัคซีน HPV กลุ่มเป้าหมาย และประโยชน์ในการป้องกันมะเร็ง. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://oryor.com/media/infoGraphic/media_printing/1348

Similar Posts

  • ตรวจโรคซิฟิลิสเมื่อไรดี? คำตอบสำหรับคนที่มีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน

    ในยุคที่ผู้คนเริ่มเปิดกว้างต่อเรื่องเพศ และสุขภาพทางเพศมากขึ้น การตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กลายเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรถูกมองข้าม โดยเฉพาะกับโรคซิฟิลิส โรคติดต่อที่มีแนวโน้มกลับมาแพร่ระบาดในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย

    คำถามสำคัญที่หลายคนอาจสงสัยคือ ถ้าเคยมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ต้องตรวจซิฟิลิสเมื่อไร? คำตอบนี้ไม่ใช่เพียงแค่เพื่อความสบายใจ แต่เพื่อสุขภาพระยะยาวของคุณ และเพื่อไม่แพร่เชื้อต่อให้กับผู้อื่น

  • |

    Safe Sex ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่คือเรื่องที่ควรรู้

    ในอดีต เรื่องเพศมักถูกมองว่าเป็นเรื่องต้องห้าม เป็นเรื่องที่ ไม่ควรถาม ไม่ควรพูด และไม่ควรรู้ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นหรือคนที่ยังไม่ได้แต่งงาน ความเชื่อนี้ทำให้หลายคนเติบโตมาโดยขาดความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทางเพศ ส่งผลให้เกิดปัญหาที่รุนแรงกว่าความเขินอาย นั่นคือ การติดเชื้อเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) และการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม

    ในความเป็นจริงแล้ว Safe Sex ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่คือ ทักษะชีวิต ที่ทุกคนควรรู้ เพราะสุขภาพทางเพศไม่ใช่แค่เรื่องของความสัมพันธ์ แต่คือเรื่องของสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความรับผิดชอบต่อทั้งตนเองและผู้อื่น

    เราจะพาคุณทำความเข้าใจ Safe Sex อย่างถูกต้อง ครอบคลุมการป้องกันเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการสร้างทัศนคติใหม่ที่ปลอดภัยและเคารพตัวเอง

  • โรคหนองในอันตรายไหม? ตอบทุกคำถามที่คุณกังวล

    ในยุคที่โลกเปิดกว้างเรื่องเพศมากขึ้น การพูดถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไม่ควรเป็นเรื่องต้องหลบซ่อนอีกต่อไป หนึ่งในโรคที่ถูกพูดถึงน้อย แต่กำลังกลับมาอย่างน่ากังวลในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ก็คือ โรคหนองใน ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากแบคทีเรีย และสามารถแพร่เชื้อได้ง่ายโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น และผู้มีพฤติกรรมทางเพศที่มีความเสี่ยงสูง

    คำถามที่หลายคนสงสัยคือ หนองในอันตรายไหม? ถ้าติดแล้วจะรักษาหายไหม? หรือ หนองในต้องตรวจยังไง เจ็บไหม? ฉะนั้นการเจาะลึกทุกแง่มุมของโรคหนองใน ตั้งแต่การติดเชื้อ อาการ การรักษา ไปจนถึงผลกระทบระยะยาว และแนวทางป้องกัน เพื่อให้เข้าใจโรคนี้อย่างถูกต้อง และสามารถดูแลสุขภาพทางเพศของตนเองได้อย่างมั่นใจ

  • รู้จักการป้องกัน HIV แบบรอบด้าน PrEP และ PEP แตกต่างกันอย่างไร?

    ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ความก้าวหน้าทางการแพทย์ทำให้การป้องกันการติดเชื้อ HIV (Human Immunodeficiency Virus) มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างมาก จากเดิมที่การป้องกันอาจจำกัดอยู่เพียงการใช้ถุงยางอนามัย ปัจจุบันมีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะ PrEP และ PEP ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสที่ใช้เพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี

    อย่างไรก็ตาม หลายคนยังสับสนว่า PrEP กับ PEP ต่างกันอย่างไร ใช้ในสถานการณ์ไหน และควรเลือกใช้แบบใด เราจะพาคุณไปรู้จักการป้องกัน HIV แบบรอบด้าน ตั้งแต่หลักการทำงานของยา วิธีการใช้ ประสิทธิภาพ รวมถึงบทบาทของการป้องกันหลายชั้น เพื่อให้สามารถดูแลสุขภาพทางเพศได้อย่างปลอดภัยและมีข้อมูลที่ถูกต้อง

  • |

    รุก–รับ อย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้อย่างไร?

    ในปัจจุบัน คำว่า รุก–รับ กลายเป็นคำที่พบได้ทั่วไปในบริบทของความหลากหลายทางเพศ และสุขภาพทางเพศ อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจของสังคมต่อบทบาทเหล่านี้ยังมีความคลาดเคลื่อนอยู่ไม่น้อย หลายคนเชื่อว่าการเป็น รับมีความเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มากกว่า หรือบางคนมองว่าผู้ที่เป็น รุกปลอดภัยกว่าโดยอัตโนมัติ ความเชื่อเหล่านี้ไม่ถูกต้องทั้งหมด และอาจทำให้เกิดการประมาทในการป้องกันตนเอง

    ความจริงแล้ว โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI) ไม่ได้เลือกบทบาททางเพศ แต่ขึ้นอยู่กับ พฤติกรรม ความถี่ วิธีป้องกัน และการดูแลสุขภาพเป็นหลัก บทความนี้จะพาผู้อ่านไปทำความเข้าใจอย่างรอบด้านว่า รุก–รับคืออะไร เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงอย่างไร และสามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยวิธีใดบ้าง

  • เจาะลึกคุณสมบัติของถุงยางอนามัยแต่ละประเภท แตกต่างอย่างไร?

    การมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยไม่ใช่แค่การป้องกันการตั้งครรภ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI) ซึ่งอาจเกิดขึ้นโดยไม่ทันรู้ตัว ถุงยางอนามัย จึงกลายเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญทั้งในมิติของสุขภาพ ความสัมพันธ์ และสิทธิในการเลือกของแต่ละบุคคล แต่ถุงยางอนามัยไม่ได้มีเพียงแบบเดียว บางคนอาจใช้โดยไม่รู้ว่ามีหลายประเภทที่ออกแบบมาให้เหมาะกับความรู้สึกเฉพาะทาง หรือความต้องการพิเศษของผู้ใช้ ดังนั้นการความเข้าใจเกี่ยวกับถุงยางอนามัยอย่างละเอียด ทำให้สามารถเลือกถุงยางอนามัยที่เหมาะสมกับตัวเองได้มากที่สุดนั่นเอง