วัณโรคในผู้มีเชื้อเอชไอวีควรได้รับการคัดกรองตั้งแต่เริ่มดูแลและระหว่างติดตาม เพราะเอชไอวีทำให้ผู้ที่รับเชื้อวัณโรคมีโอกาสป่วยเป็นวัณโรคมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อภูมิคุ้มกันต่ำ ทั้งวัณโรคระยะแฝงและระยะป่วยรักษาได้ แต่ต้องแยกให้ถูกก่อนเริ่มยา
วัณโรคในผู้มีเชื้อเอชไอวี: ระยะแฝงกับระยะป่วยต่างกันอย่างไร
| ภาวะ | มีอาการไหม | แพร่เชื้อไหม | ควรทำอะไร |
|---|---|---|---|
| เชื้อวัณโรคระยะแฝง | โดยทั่วไปไม่มีอาการ | ไม่แพร่เชื้อ | ประเมินและรับการป้องกันตามคำแนะนำ เพื่อลดโอกาสป่วยในอนาคต |
| วัณโรคระยะป่วย | อาจมีอาการที่ปอดหรือนอกปอด | บางชนิดแพร่ทางอากาศได้ | ต้องตรวจยืนยันและรักษาตามแผนโดยเร็ว |
ผลตรวจระยะแฝงเพียงอย่างเดียวไม่บอกว่ากำลังแพร่เชื้อ ทีมดูแลต้องประเมินอาการ ภาพปอด และผลตรวจอื่นเพื่อแยกระยะป่วยก่อน
อาการแบบไหนควรแจ้งคลินิก
- ไอต่อเนื่อง ไอมีเลือด หรือไอที่หาสาเหตุไม่ได้
- ไข้ไม่ทราบสาเหตุหรือเหงื่อออกกลางคืนผิดปกติ
- น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ เบื่ออาหาร หรืออ่อนเพลียมาก
- มีก้อนที่คอ รักแร้ หรือขาหนีบ
- ปวดศีรษะรุนแรง ซึม สับสน ชัก ปวดหลัง หรืออ่อนแรง
ผู้มีเชื้อเอชไอวีอาจไม่มีอาการไอหรือภาพปอดแบบที่คุ้นเคย จึงไม่ควรรอให้มีอาการครบทุกข้อ หากเคยอยู่ใกล้ผู้ป่วยวัณโรคหรือมีอาการใหม่ ให้แจ้งทุกครั้งที่ไปพบทีมดูแล
การคัดกรองทำอย่างไร
หน่วยบริการอาจซักอาการ ประวัติสัมผัสผู้ป่วย ประวัติอยู่ในสถานที่แออัดหรือเรือนจำ และพิจารณาเอกซเรย์ปอด ตรวจเสมหะ หรือตรวจอื่นตามสถานการณ์ วิธีที่ใช้ไม่เหมือนกันทุกคน และผลลบจากการตรวจชนิดเดียวอาจยังไม่ตัดวัณโรคหากมีอาการหรือภูมิคุ้มกันต่ำ
แนวทางไทยแนะนำให้คัดกรองวัณโรคระหว่างการติดตามผู้มีเชื้อเอชไอวีอย่างต่อเนื่อง จึงควรตอบคำถามเรื่องอาการและการสัมผัสตามจริง ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกตำหนิ
ถ้าพบวัณโรคและเอชไอวีพร้อมกัน รักษาได้ไหม
รักษาได้และต้องดูแลทั้งสองภาวะ แต่ไม่ควรจำสูตรยา ระยะเวลา หรือวันเริ่มยาต้านจากบทความทั่วไป เพราะขึ้นกับตำแหน่งวัณโรค ผลตรวจการดื้อยา ระดับภูมิคุ้มกัน โรคร่วม และยาที่ใช้
ยาวัณโรคบางชนิดมีผลต่อระดับยาต้านเอชไอวี ทีมดูแลจึงต้องเห็นรายชื่อยาทั้งหมด รวมยาซื้อเอง สมุนไพร อาหารเสริม ฮอร์โมน และยาจากคลินิกอื่น หากรักษาคนละโรงพยาบาล ให้นำเอกสารและยาไปให้ทั้งสองทีมตรวจ
ทำไมไม่ควรหยุดยาเมื่ออาการดีขึ้น
อาการอาจดีขึ้นก่อนเชื้อถูกกำจัดครบ การหยุดยาวัณโรคหรือยาต้านเอชไอวีเองอาจทำให้โรคกลับมา ควบคุมยากขึ้น หรือเกิดการดื้อยา หากมีผลข้างเคียงหรือไปตามนัดไม่ได้ ให้ติดต่อคลินิกเพื่อแก้ปัญหาโดยไม่ให้ยาขาดช่วง
ผลข้างเคียงแบบไหนควรติดต่อเร็ว
ติดต่อหน่วยบริการหากมีผื่น คลื่นไส้หรืออาเจียนมาก ชาหรืออ่อนแรง ตาพร่าหรือมองสีเปลี่ยน ตัวหรือตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้มผิดปกติ หรืออาการใหม่หลังเริ่มยา หากหายใจลำบาก หน้าหรือปากบวม เป็นลม สับสน ชัก หรือไอเป็นเลือดมาก ให้ไปฉุกเฉิน
อย่าหยุดยาทั้งหมดเอง เว้นแต่บุคลากรฉุกเฉินหรือทีมดูแลแนะนำ เพราะยาหลายชนิดอาจเป็นสาเหตุและต้องวางแผนอย่างปลอดภัย
วัณโรคแพร่จากอะไร
วัณโรคปอดหรือกล่องเสียงระยะแพร่เชื้อส่งผ่านอากาศเมื่อไอ พูด หรือร้องเพลง โดยเฉพาะในที่ปิดอากาศไม่ถ่ายเท ไม่ได้แพร่จากการจับมือ กินข้าวร่วมกัน หรือใช้จานชามร่วมกันทั่วไป หน่วยบริการจะบอกว่าต้องป้องกันนานเพียงใดตามผลตรวจและการตอบสนองต่อยา
ระหว่างที่ยังอาจแพร่เชื้อ ให้สวมหน้ากากตามคำแนะนำ เปิดให้อากาศถ่ายเท ปิดปากเมื่อไอ และหลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ผู้อื่นในห้องปิด
ลดโอกาสป่วยเป็นวัณโรคได้อย่างไร
- กินยาต้านเอชไอวีต่อเนื่องและตรวจตามนัด
- แจ้งประวัติสัมผัสผู้ป่วยวัณโรคทันที
- รับการประเมินวัณโรคระยะแฝงและใช้ยาป้องกันให้ครบเมื่อได้รับคำแนะนำ
- หลีกเลี่ยงบุหรี่และดูแลโรคประจำตัว
- ให้อากาศถ่ายเทเมื่ออยู่ร่วมกับผู้ที่มีอาการไอ
อ่านเรื่องอาการติดเชื้ออื่นได้ที่ โรคติดเชื้อฉวยโอกาส และหากยังไม่ทราบสถานะ อ่าน การตรวจเอชไอวี
คำถามที่พบบ่อย
วัณโรคระยะแฝงแพร่ให้คนในบ้านไหม
ไม่แพร่เชื้อ แต่ควรรับการประเมินและป้องกันไม่ให้พัฒนาเป็นระยะป่วย โดยเฉพาะผู้มีเชื้อเอชไอวี
ไม่มีอาการไอ แปลว่าไม่มีวัณโรคไหม
ยังสรุปไม่ได้ วัณโรคนอกปอดและวัณโรคในผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำอาจไม่มีอาการไอ หากมีอาการอื่นหรือประวัติสัมผัสควรตรวจ
กินยาต้านเอชไอวีอยู่แล้ว ยังต้องคัดกรองวัณโรคไหม
ยังควรคัดกรองตามแผน เพราะยาต้านช่วยลดความเสี่ยงแต่ไม่ตัดโอกาสวัณโรคทั้งหมด
เริ่มยาวัณโรคแล้วต้องหยุดยาต้านเอชไอวีไหม
ไม่ควรหยุดเอง ทีมดูแลจะตรวจปฏิกิริยาระหว่างยาและจัดแผนให้เหมาะกับแต่ละคน
สรุป
ผู้มีเชื้อเอชไอวีควรได้รับการคัดกรองวัณโรคตั้งแต่เริ่มดูแลและระหว่างติดตาม วัณโรคระยะแฝงไม่แพร่เชื้อแต่ควรป้องกันไม่ให้ป่วย ส่วนวัณโรคระยะป่วยรักษาได้และอาจแพร่ทางอากาศ ยาวัณโรคกับยาต้านเอชไอวีต้องวางแผนร่วมกัน ไม่หยุดหรือเปลี่ยนยาเอง


