ถุงยางอนามัยฟรีในกรุงเทพฯ รับได้ที่หน่วยบริการในระบบของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่เข้าร่วม โดยจองสิทธิในแอปเป๋าตัง หรือแสดงบัตรประชาชนถ้าไม่มีสมาร์ทโฟน สปสช. เขียนกลุ่มเป้าหมายของสิทธินี้ไว้ว่าหญิงและชายไทยวัยเจริญพันธุ์ อายุ 15 ปีขึ้นไป
บทความนี้เล่าว่ารับที่ไหน เช็กอย่างไรว่าจุดไหนเข้าร่วม และจะพูดกับเจ้าหน้าที่ว่าอะไร ข้อมูลสิทธิมาจากหน้าของหน่วยงานที่เปิดอ่านเมื่อ 6 ตุลาคม 2569 เงื่อนไขเปลี่ยนได้ ให้ดูในแอปหรือถามหน่วยบริการก่อนไป
ถุงยางอนามัยฟรี ใครรับได้ และรับได้เท่าไร
สิทธิรับถุงยางอนามัยผ่านแอปเป๋าตังเป็นสิทธิประโยชน์ของ สปสช. หน้าคู่มือผู้ใช้สิทธิของ สปสช. (เผยแพร่ 21 ตุลาคม 2568) เขียนกลุ่มเป้าหมายไว้ว่าหญิงและชายไทยวัยเจริญพันธุ์ อายุ 15 ปีขึ้นไป เงื่อนไขคือรับได้ครั้งละ 10 ชิ้นต่อคนต่อสัปดาห์ ไม่เกิน 52 ครั้งต่อคนต่อปี
กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค เขียนว่ามีให้บริการ 4 ขนาด คือ 49, 52, 54 และ 56 มิลลิเมตร และชุดสิทธิในเมนูกระเป๋าสุขภาพให้บริการประชาชนทุกสิทธิการรักษา (หน้าลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566) อีกหน้าหนึ่งของกองเดียวกัน ลงวันที่ 16 ธันวาคม 2567 เขียนว่าถุงยางอนามัย "ฟรี สำหรับทุกคน" รับได้ที่จุดต่าง ๆ เช่น หน่วยบริการสาธารณสุข โรงพยาบาลของรัฐ องค์กรภาคประชาสังคม ร้านขายยา และแอปเป๋าตัง
สองหน่วยงานเขียนไม่เหมือนกัน หน้าของกรมควบคุมโรคทั้งสองหน้าไม่ได้เขียนอายุไว้กับรายการถุงยางอนามัย ส่วน สปสช. ซึ่งเป็นผู้จัดสิทธิประโยชน์นี้เขียนอายุ 15 ปีขึ้นไป หน้าของทั้งสองหน่วยงานไม่ได้เขียนเงื่อนไขว่าต้องมีคู่หรือต้องบอกเหตุผลที่ขอ
รับผ่านแอปเป๋าตัง กับใช้บัตรประชาชน ต่างกันอย่างไร
ทั้งสองทางไปรับที่หน่วยบริการเหมือนกัน ต่างกันที่ขั้นตอนก่อนไป ตารางนี้ย่อจากหน้าคู่มือผู้ใช้สิทธิของ สปสช.
| ทาง | ขั้นตอน |
|---|---|
| แอปเป๋าตัง | เข้าแอป เปิดเมนูกระเป๋าสุขภาพ เข้าหมวดสิทธิสุขภาพป้องกันโรค เลือกถุงยางอนามัยและขนาด เลือกหน่วยบริการ แล้วกดจองสิทธิ |
| บัตรประชาชน | กรณีไม่มีสมาร์ทโฟน แสดงบัตรประชาชนเพื่อรับบริการที่หน่วยบริการในระบบ สปสช. |
กรมควบคุมโรคใช้คำว่าหน่วยบริการที่เข้าร่วมโครงการ ก่อนไปจึงควรดูรายชื่อหน่วยบริการในแอป หรือโทรถามจุดที่จะไปว่ามีรายการนี้และมีขนาดที่ต้องการไหม ถ้ามีข้อสงสัย หน้าคู่มือของ สปสช. ให้ติดต่อ 1330 Contact Center และเขียนว่าเปิดตลอด 24 ชั่วโมง (เปิดอ่าน 6 ตุลาคม 2569)
จุดรับในกรุงเทพฯ มีแบบไหน และเช็กก่อนไปอย่างไร
กรมควบคุมโรคยกตัวอย่างหน่วยบริการที่เข้าร่วมไว้ เช่น โรงพยาบาลรัฐ ร้านขายยา ศูนย์บริการสาธารณสุข คลินิกชุมชนอบอุ่น คลินิกเวชกรรม และคลินิกการพยาบาล ในกรุงเทพฯ หน้าเว็บของสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร จัดรายชื่อศูนย์บริการสาธารณสุขในสังกัดเป็นชุด ตั้งแต่ศูนย์ที่ 1 ถึงศูนย์ที่ 69 และมีศูนย์สาขาอีกชุดหนึ่ง แต่ไม่ได้เขียนว่าศูนย์ไหนมีถุงยางอนามัยตามสิทธินี้ ให้เช็กในแอปหรือโทรถามศูนย์ก่อนไป
ข้อคิดของบทความเรื่องการเลือกจุดมีดังนี้
- ศูนย์บริการสาธารณสุขใกล้บ้านหรือที่ทำงาน เหมาะกับคนที่มีธุระอื่นที่ศูนย์อยู่แล้ว
- โรงพยาบาลของรัฐ เหมาะกับคนที่มีนัดอยู่แล้ว
- ร้านขายยาที่เข้าร่วม เหมาะกับคนที่อยากแวะระหว่างทาง
- องค์กรภาคประชาสังคม เหมาะกับคนที่อยากคุยกับเจ้าหน้าที่ที่ทำงานเรื่องนี้เป็นหลัก
ศูนย์บริการสาธารณสุขให้บริการตรวจอะไรได้บ้าง อ่านได้ใน บริการตรวจที่ศูนย์บริการสาธารณสุข กทม.

ขอที่เคาน์เตอร์อย่างไร ถ้าไม่อยากเล่าเหตุผล
ส่วนนี้เป็นคำแนะนำของบทความเอง ไม่ใช่ข้อกำหนดของหน่วยงานใด ขั้นตอนที่ สปสช. เขียนไว้คือจองสิทธิในแอปหรือแสดงบัตรประชาชน และไม่มีข้อไหนให้บอกเหตุผลที่ขอ
ประโยคตัวอย่างที่ใช้ได้คือ "ขอใช้สิทธิรับถุงยางอนามัย" หรือ "มารับถุงยางที่จองสิทธิไว้ในแอปเป๋าตัง" ถ้าถูกถามเรื่องส่วนตัวที่ไม่อยากตอบ เช่น จะใช้กับใคร หรือมีคู่กี่คน บอกได้ว่าขอไม่ตอบ
สามอย่างที่ควรเตรียมไว้คือ ขนาดที่ใช้อยู่ (ถ้ายังไม่รู้ ให้ถามเจ้าหน้าที่หรือเภสัชกรว่าควรเลือกอย่างไร) จำนวนที่ต้องการภายในสิทธิของสัปดาห์นั้น และบัตรประชาชนหรือแอปที่จองสิทธิไว้
สำหรับคนที่ยังเขินกับการเอ่ยปากครั้งแรก บทความนี้เสนอสองวิธี วิธีแรกคือเลือกจุดที่ไม่ใช่ย่านที่ทำงานหรือมีคนรู้จักเยอะ วิธีที่สองคือชวนเพื่อนที่ไว้ใจไปด้วยกัน แล้วให้คนที่พร้อมกว่าพูดก่อน
ถ้าเจอคำพูดที่ทำให้รู้สึกถูกตัดสิน นั่นไม่ได้อยู่ในขั้นตอนที่ สปสช. เขียนไว้ ขอคุยกับเจ้าหน้าที่คนอื่น หรือเปลี่ยนไปใช้จุดอื่นในครั้งถัดไปได้ ส่วนเรื่องการคุยกับคู่เรื่องการป้องกัน อ่านเพิ่มที่ สุขภาพทางเพศและการสื่อสารอย่างปลอดภัย ของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation)
สิทธิอื่นในกระเป๋าสุขภาพที่ถามในเที่ยวเดียวกันได้
หน้าของกรมควบคุมโรคที่ลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 เล่าสิทธิในเมนูกระเป๋าสุขภาพไว้อีกสองรายการ รายการแรกคือชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง รับได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง แต่ไม่เกินหนึ่งชุดต่อวัน และไม่จำกัดอายุ ที่โรงพยาบาล ร้านขายยา และหน่วยบริการที่เข้าร่วมโครงการ ถ้าผลตรวจเป็นบวก กรมควบคุมโรคระบุว่าต้องไปตรวจยืนยันอีกครั้งที่สถานบริการสุขภาพ
รายการที่สองคือการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบ ซี คนไทยที่เกิดก่อนปี พ.ศ. 2535 ตรวจฟรีได้หนึ่งครั้งตลอดชีวิต และมีกลุ่มที่ตรวจซ้ำได้ทุกปี เช่น ผู้มีเชื้อเอชไอวี และชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย ใช้บริการได้ที่โรงพยาบาลหรือหน่วยบริการที่เข้าร่วม ให้ถามจุดที่ไปว่ามีรายการนี้ไหม
องค์การอนามัยโลกจัดการใช้ถุงยางอนามัยระหว่างมีเพศสัมพันธ์ และการตรวจเอชไอวีกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ไว้ในรายการวิธีลดความเสี่ยงการรับเชื้อเอชไอวี ร่วมกับวิธีอื่นอีก
อยากรู้ว่าแต่ละแบบต่างกันอย่างไรก่อนเลือกขนาดและชนิด อ่านได้ที่ คุณสมบัติของถุงยางอนามัยแต่ละประเภท
คำถามที่พบบ่อย
อายุน้อยกว่า 18 ปี ขอรับได้ไหม
สปสช. เขียนกลุ่มเป้าหมายของสิทธินี้ไว้ที่วัยเจริญพันธุ์ อายุ 15 ปีขึ้นไป คนอายุ 15 ถึง 17 ปีจึงอยู่ในกลุ่มที่เขียนไว้ ถ้าอายุต่ำกว่า 15 ปี หน้าของ สปสช. และกรมควบคุมโรคไม่มีข้อไหนเขียนถึงช่องทางไว้ ให้ถามหน่วยบริการหรือองค์กรภาคประชาสังคม
ต้องมีแอปเป๋าตังเท่านั้นหรือไม่
ไม่ใช่ สปสช. เขียนว่ากรณีไม่มีสมาร์ทโฟน แสดงบัตรประชาชนเพื่อรับบริการที่หน่วยบริการในระบบ สปสช. ได้
สัปดาห์นี้รับไปแล้ว อาทิตย์หน้ารับได้อีกไหม
เงื่อนไขที่ สปสช. เขียนไว้คือครั้งละ 10 ชิ้นต่อคนต่อสัปดาห์ ไม่เกิน 52 ครั้งต่อคนต่อปี หน้าของ สปสช. ไม่ได้อธิบายว่าสัปดาห์เริ่มนับจากวันไหน ให้ดูในแอปหรือถามหน่วยบริการว่ารับครั้งถัดไปได้เมื่อไร
ของที่ได้มามีขนาดเดียวหรือเลือกได้
เลือกได้ มี 4 ขนาดตามที่กรมควบคุมโรคระบุ และขั้นตอนในแอปที่ สปสช. เขียนไว้ให้เลือกขนาดก่อนเลือกหน่วยบริการ แต่ละจุดอาจมีไม่ครบทุกขนาดในวันนั้น ให้โทรถามก่อนไป
ขอรับแล้วจะมีประวัติอะไรไหม
ขั้นตอนที่ สปสช. เขียนไว้คือจองสิทธิในแอปเป๋าตังหรือแสดงบัตรประชาชน ซึ่งเป็นการยืนยันตัวบุคคล ส่วนระบบบันทึกอะไรและใครเห็นบ้าง หน้าของ สปสช. และกรมควบคุมโรคไม่มีข้อไหนเขียนไว้ ถ้ากังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว ถามเจ้าหน้าที่ก่อนรับ หรือสอบถามที่ 1330 ของ สปสช. ได้
สรุป
ถุงยางอนามัยฟรีตามสิทธิของ สปสช. มีกลุ่มเป้าหมายคือหญิงและชายไทยวัยเจริญพันธุ์ อายุ 15 ปีขึ้นไป รับได้ครั้งละ 10 ชิ้นต่อคนต่อสัปดาห์ ไม่เกิน 52 ครั้งต่อคนต่อปี ใช้แอปเป๋าตัง หรือแสดงบัตรประชาชนถ้าไม่มีสมาร์ทโฟน ในกรุงเทพฯ ให้เลือกหน่วยบริการในแอป หรือโทรถามจุดที่จะไปว่าเข้าร่วมไหม และกรมควบคุมโรคระบุองค์กรภาคประชาสังคมเป็นจุดรับอีกทางหนึ่ง ข้อมูลนี้มาจากหน้าของหน่วยงานที่เปิดอ่านเมื่อ 6 ตุลาคม 2569
ขั้นตอนที่ สปสช. เขียนไว้ไม่มีข้อไหนให้อธิบายเหตุผลที่ขอ ถ้าจะไปอยู่แล้ว ลองถามเรื่องชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองในเที่ยวเดียวกัน และถ้าผลตรวจเป็นบวก ต้องไปตรวจยืนยันอีกครั้งที่สถานบริการสุขภาพ
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ
แหล่งอ้างอิง
- สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) — คู่มือผู้ใช้สิทธิ เรื่องการรับถุงยางอนามัยผ่านแอปเป๋าตัง กลุ่มเป้าหมาย เงื่อนไข และขั้นตอน
- กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค — สิทธิในเมนูกระเป๋าสุขภาพ ถุงยางอนามัย ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง และการคัดกรองไวรัสตับอักเสบ ซี
- กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค — ถุงยางอนามัยฟรีสำหรับทุกคนและจุดรับบริการ
- สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร — รายชื่อศูนย์บริการสาธารณสุขและศูนย์สาขาในสังกัด
- องค์การอนามัยโลก — การใช้ถุงยางอนามัยและการตรวจเป็นวิธีลดความเสี่ยงการรับเชื้อเอชไอวี


