ผลตรวจ STI เป็นความลับไหม คำตอบตรง ๆ คือ ชื่อของคุณในรายงานเฝ้าระวังโรคถือเป็นความลับ โดยแนวทางการดูแลรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พ.ศ. 2567 ของกรมควบคุมโรคเขียนไว้ว่า “ชื่อและนามสกุลของผู้ป่วยจะเป็นความลับ ผู้ที่ทราบมีเพียงเจ้าหน้าที่ที่ทำรายงานเท่านั้น” แต่ถ้าตรวจแล้วพบโรคที่อยู่ในบัญชีเฝ้าระวัง หน่วยบริการมีหน้าที่บันทึกข้อมูลเข้าระบบรายงานของประเทศ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการบอกที่ทำงานหรือคนในบ้าน

ถ้าอ่านแค่บรรทัดเดียว ให้จำว่า ระบบรายงานโรคมีไว้นับจำนวนผู้ป่วยในภาพรวม ไม่ได้มีไว้ประกาศชื่อใคร และการตรวจเอชไอวียังขึ้นอยู่กับความสมัครใจของคุณเสมอ

ภาพชายหนุ่มชาวไทยถือเอกสารผลตรวจ STI ที่ระบุว่าเป็นความลับ โดยมีรถไฟฟ้า BTS และตึกสูงในกรุงเทพฯ เป็นฉากหลัง พร้อมข้อความอธิบายการรักษาความลับของผู้ป่วยและการรายงานข้อมูลเข้าสู่ระบบเฝ้าระวังโรค

ผลตรวจ STI เป็นความลับไหม แนวทางไทย พ.ศ. 2567 ตอบไว้อย่างไร

แนวทางการดูแลรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พ.ศ. 2567 เป็นเอกสารที่กรมควบคุมโรคทำไว้ให้บุคลากรสุขภาพใช้ ไม่ใช่ตัวบทกฎหมาย แต่เป็นแนวปฏิบัติที่หน่วยบริการทั่วประเทศอ้างอิง ในบทที่ว่าด้วยการดูแลผู้มารับบริการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI ย่อมาจาก sexually transmitted infections คือโรคที่ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์) เอกสารเรียงขั้นตอนไว้ 9 ข้อ ข้อสุดท้ายคือการจัดทำรายงาน 506

ข้อสุดท้ายนี้เองที่พูดเรื่องความลับไว้ชัดที่สุด เอกสารระบุว่าการรายงานทำโดย “เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเขียนรายงาน ซึ่งชื่อและนามสกุลของผู้ป่วยจะเป็นความลับ ผู้ที่ทราบมีเพียงเจ้าหน้าที่ที่ทำรายงานเท่านั้น”

แปลว่าอะไรสำหรับคุณ ข้อความนี้พูดถึงชื่อในรายงานเฝ้าระวังโดยเฉพาะ ไม่ได้พูดแทนทุกอย่างในสถานพยาบาล เวชระเบียนยังอยู่ในระบบของที่นั่นตามปกติ และคนที่ดูแลคุณย่อมเห็นผลตรวจอยู่แล้ว

รายงาน 506 คืออะไร และตัวเลขนั้นถูกเอาไปทำอะไร

แนวทางฉบับเดียวกันอธิบายว่า การรายงานโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์คือการบันทึกข้อมูลโรคที่ตรวจพบเข้าไปในแฟ้มอิเล็กทรอนิกส์ R506 เพื่อรายงานให้แก่กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อเป็นข้อมูลในการเฝ้าระวังโรค ปลายทางจึงเป็นหน่วยงานวิชาการ ไม่ใช่นายจ้างหรือครอบครัวของคุณ

ข้อมูลที่ไหลเข้าไปถูกรวมเป็นสถิติ แนวทางฉบับนี้ยกตัวเลขจากระบบ 506 มาแสดงเองว่า อัตราป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในภาพรวมของประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 28.8 ต่อแสนประชากรในปี 2560 เป็น 31.7 ต่อแสนประชากรในปี 2565 โดยแผนภูมิในเอกสารกำกับว่าเป็นปีงบประมาณ โรคที่พบมากที่สุดคือ โรคซิฟิลิส โรคหนองใน และโรคหนองในเทียม ตามลำดับ และระบุว่ากลุ่มเยาวชนอายุ 15-24 ปี ป่วยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มากที่สุด

ตัวเลขชุดนี้เป็นภาพของทั้งประเทศ ไม่ใช่ของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะ และเป็นข้อมูลถึงปี 2565 ตามที่เอกสารปี 2567 รวบรวมไว้

Quicky

โรคไหนบ้างที่หน่วยบริการต้องรายงาน

แนวทาง พ.ศ. 2567 ระบุรายชื่อโรคที่ต้องรายงานไว้ และอ้างอิงบัญชีโรคติดต่อที่ต้องรายงานเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ฉบับปรับปรุง 1 กุมภาพันธ์ 2566 ซึ่งจัดกลุ่มโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไว้พร้อมรหัสประจำโรค

โรคในกลุ่มโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ต้องรายงานเข้าระบบ 506 ตามบัญชีฉบับปรับปรุง 1 กุมภาพันธ์ 2566
ชื่อโรคภาษาไทย ชื่อในบัญชี รหัส 506
โรคซิฟิลิส และซิฟิลิสแต่กำเนิด Syphilis / Congenital syphilis 37
โรคหนองใน Gonorrhea 38
โรคหนองในเทียม Non-gonorrhea urethritis / vaginitis 39
โรคแผลริมอ่อน Chancroid 40
กามโรคของต่อมและท่อน้ำเหลือง (ฝีมะม่วง) Lymphogranuloma venereum 41
โรคเริมของอวัยวะสืบพันธุ์และทวารหนัก Genital herpes simplex 79
โรคหูดอวัยวะเพศและทวารหนัก Condyloma acuminata 80
ไวรัสตับอักเสบเฉียบพลันชนิด บี Acute hepatitis B virus 12
ไวรัสตับอักเสบเฉียบพลันชนิด ซี Acute hepatitis C virus 13
ไวรัสตับอักเสบเฉียบพลันชนิด ดี Acute hepatitis D virus 69

รายชื่อนี้เป็นของโรคที่ตรวจพบ ไม่ใช่รายชื่อคนที่มาตรวจ และบัญชีมีวันที่กำกับอยู่ จึงปรับปรุงได้อีกในอนาคต

ตรวจแล้วไม่พบโรค จะมีชื่อเข้าระบบไหม และเอชไอวีอยู่ในบัญชีนี้หรือเปล่า

ตามถ้อยคำของแนวทาง สิ่งที่ถูกบันทึกคือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ตรวจพบ ดังนั้นเมื่อผลออกมาว่าไม่พบโรคในบัญชี ก็ไม่มีโรคให้รายงาน ข้อนี้เป็นการอ่านตามตัวบทโดยตรง ไม่ใช่ประโยคที่เอกสารเขียนแยกไว้ให้ ถ้าอยากแน่ใจถึงการปฏิบัติจริงของที่ที่คุณไป ให้ถามหน่วยบริการนั้นอีกครั้ง

อีกเรื่องที่หลายคนเข้าใจสลับกันคือเอชไอวี บัญชีฉบับปรับปรุง 1 กุมภาพันธ์ 2566 ไม่ได้ระบุเอชไอวีหรือเอดส์ไว้ในกลุ่มโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และแนวทาง พ.ศ. 2567 ก็ไม่ได้รวมเอชไอวีไว้ในรายชื่อโรคที่รายงานตามข้อนี้เช่นกัน

สิ่งที่ต้องระวังคือ การไม่อยู่ในบัญชีนี้ไม่ได้แปลว่าไม่มีการบันทึกข้อมูลเอชไอวีที่ไหนเลย เอกสารสองฉบับที่เราอ้างถึงไม่ได้อธิบายเรื่องนี้ไว้ จึงควรถามกับหน่วยบริการที่คุณใช้ ไม่ใช่เรื่องที่ควรเดาเอง

มาตรวจ STI แล้วเขาชวนตรวจเอชไอวีด้วย ปฏิเสธได้ไหม

ได้ แนวทาง พ.ศ. 2567 ให้หน่วยบริการเสนอบริการตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวีในรูปแบบที่บุคลากรสุขภาพเป็นผู้เสนอบริการ โดยต้องผ่านกระบวนการให้บริการปรึกษาก่อนและหลังการตรวจเลือด เหตุผลที่เอกสารให้ไว้คือผู้มารับบริการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อเอชไอวี และ “ควรเสนอบริการทุก 3-6 เดือน หากผู้มารับบริการยังคงมีพฤติกรรมเสี่ยง”

ในย่อหน้าเดียวกันนั้นเอง เอกสารปิดท้ายว่า “อย่างไรก็ตาม การตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีนั้น ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้มารับบริการ” คำว่าเสนอบริการจึงไม่เท่ากับบังคับ และเอกสารยังแยกการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่นไว้เป็นอีกข้อหนึ่งต่างหาก

ถ้าอยากเข้าใจการตรวจเอชไอวีให้ละเอียดขึ้นก่อนตัดสินใจ อ่านคู่มือ ตรวจ HIV เมื่อไหร่ดี และควรเลือกการตรวจแบบไหน? ของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation) ประกอบได้

Love2Test

ภาพชายหนุ่มชาวไทยนั่งครุ่นคิดท่ามกลางบรรยากาศกรุงเทพฯ พร้อมกรอบข้อมูลแนะนำ 4 คำถามสำคัญก่อนตรวจ STI ได้แก่ วิธีรับผลตรวจ การรักษาความเป็นส่วนตัว ขั้นตอนการรักษาและส่งต่อ และการขอใบรับรองผลตรวจ

คนกรุงเทพฯ ควรถามอะไรที่จุดบริการก่อนตรวจ

กรุงเทพฯ มีทั้งศูนย์บริการสาธารณสุขของ กทม. โรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน และคลินิกเฉพาะทาง ซึ่งมีระเบียบภายในต่างกัน เอกสารทางการที่เราตรวจสอบได้ไม่ได้ลงรายละเอียดเป็นรายแห่ง หัวข้อนี้จึงเป็นคำแนะนำ ไม่ใช่ข้อกำหนด

  • ผลตรวจแจ้งด้วยวิธีไหน มารับเอง โทรฟัง หรือส่งข้อความ และเลือกวิธีที่สบายใจได้ไหม
  • ถ้าไม่อยากให้ส่งผลไปที่เบอร์หรืออีเมลที่คนอื่นเห็นได้ ต้องแจ้งใครล่วงหน้า
  • ถ้าพบโรค จะรักษาที่นั่นเลยหรือถูกส่งต่อ และการส่งต่อพกข้อมูลอะไรไปบ้าง
  • ถ้าต้องการใบรับรองผลไปใช้ที่อื่น ต้องยื่นเรื่องอย่างไร

ถ้ากำลังชั่งใจว่าจะไปที่ไหน ลองอ่าน ศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. ตรวจ STI ได้ไหม เพื่อดูว่าหน่วยบริการของเมืองทำอะไรได้บ้าง และถ้าความกังวลของคุณคือที่ทำงานขอผลตรวจ บทความ ตรวจ HIV ก่อนเข้าทำงาน บริษัทขอได้ไหม ฉบับคนกรุง อธิบายกรณีนั้นไว้แยกอีกชิ้นหนึ่ง

คำถามที่พบบ่อย

รายงาน 506 ทำให้มีคนมาตามถึงบ้านไหม

แนวทาง พ.ศ. 2567 อธิบายรายงาน 506 ว่าเป็นการบันทึกข้อมูลเพื่อส่งให้กองระบาดวิทยาใช้เฝ้าระวังโรค และไม่ได้เขียนถึงการไปตามถึงบ้านไว้ในข้อนี้ ส่วนการติดตามคู่เพศสัมพันธ์เป็นอีกขั้นตอนที่เอกสารแยกไว้ต่างหาก และคุยกับผู้ให้บริการได้ว่าจะทำอย่างไรให้สบายใจที่สุด

ยังไม่มีอาการ รอให้มีอาการก่อนค่อยไปตรวจได้ไหม

องค์การอนามัยโลกระบุว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มักไม่มีอาการ และเมื่อมีอาการก็อาจไม่จำเพาะเจาะจง การรอให้มีอาการก่อนจึงไม่ใช่วิธีที่เชื่อถือได้ ส่วนควรตรวจอะไรและบ่อยแค่ไหน เป็นเรื่องที่ผู้ให้บริการประเมินเป็นรายคนจากประวัติของคุณ

ตรวจที่คลินิกเอกชนใน กทม. ข้อมูลจะไม่เข้าระบบใช่ไหม

แนวทาง พ.ศ. 2567 เขียนขั้นตอนการรายงานไว้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลผู้มารับบริการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยไม่ได้แยกว่าเป็นหน่วยบริการรัฐหรือเอกชน เอกสารที่เราอ่านไม่ได้ระบุการปฏิบัติของคลินิกแต่ละแห่ง จึงควรถามที่คลินิกนั้นโดยตรง

Chat Love2Test

สรุป

ผลตรวจ STI เป็นความลับไหม คำตอบที่มีเอกสารรองรับคือ ชื่อและนามสกุลในรายงานเฝ้าระวังเป็นความลับ ผู้ที่ทราบมีเพียงเจ้าหน้าที่ที่ทำรายงาน ส่วนโรคที่ตรวจพบจะถูกนับรวมเป็นสถิติส่งให้กองระบาดวิทยาใช้วางแผนงานของประเทศ ไม่ได้ส่งให้ที่ทำงานหรือครอบครัว

สิ่งที่ควรทำต่อมีสามข้อ หนึ่ง อย่าให้ความกลัวเรื่องประวัติเป็นเหตุผลที่ทำให้เลื่อนการตรวจออกไป สอง ถามเรื่องวิธีแจ้งผลและการส่งต่อตั้งแต่วันแรกที่ไป สาม จำไว้ว่าการตรวจเอชไอวีขึ้นอยู่กับความสมัครใจของคุณ ข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2569 และอ้างอิงเอกสารที่มีวันที่กำกับไว้ในตัวเอง

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าควรตรวจอะไร ลองเดินเข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่สักครั้ง การถามคำถามไม่ได้ทำให้ใครถูกตัดสิน

แหล่งอ้างอิง